พยาบาล vs ผู้ช่วยพยาบาล ต่างกันยังไง
/ / 5 ข้อควรรู้ พยาบาล vs ผู้ช่วยพยาบาล ต่างกันอย่างไร?

5 ข้อควรรู้ พยาบาล vs ผู้ช่วยพยาบาล ต่างกันอย่างไร?

ปัจจุบันอาชีพผู้ช่วยพยาบาล ต่างเข้ามามีบทบาทในการช่วยงานตามหน่วยงานในสายสุขภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตามโรงพยาบาลรัฐและเอกชน และต้องทำงานคู่กับพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นมือขาวของพยาบาลเลยก็ว่าได้ ซึ่งต่างก็เข้ามาทำหน้าที่ช่วยงานและประสานงานให้พยาบาลอยู่แทบตลอดเวลา เมื่อต้องทำงานด้วยกันบ่อย ๆ จนทำให้หลายคนนั้นเกิดความสงสัยกันว่า ทั้งสองอาชีพนี้มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร วันนี้แอดมินได้รวบรวมข้อแตกต่างของทั้งสองอาชีพมาให้ทุกท่านได้คลายสงสัยกัน เพื่อที่ช่วยในการตัดสินใจเลือกเรียนให้ตรงหลักสูตร

1. หน้าที่ความรับผิดชอบ

  • หน้าที่พยาบาล : จะรับหน้าที่ดูแลผู้ป่วยต่อจากหมอ และทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเฉพาะทางกว่าผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งซับซ้อนและต้องใช้ประสบการณ์และความแม่นยำในการรักษาผู้ป่วย โดยหน้าที่จะเริ่มจากคัดกรองคนไข้ วัดความดัน ชีพจร วัดออกซิเจน เจาะเลือด ฉีดยา ทำแผลและให้น้ำเกลือแก่ผู้ป่วย เพื่อนำข้อมูลผู้ป่วย มาวินิจฉัยต่อว่าผู้ป่วยคนไหนต้องทำการรักษาต่อที่แผนกไหนหรือต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
  • หน้าที่ผู้ช่วยพยาบาล : จะรับหน้าที่ดูแลผู้ป่วยต่อจากพยาบาล จะเน้นหน้าที่หลักไปที่ดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น โดยเริ่มตั้งแต่การช่วยประสานงานในหน่วยงานโรงพยาบาลต่าง ๆ การเดินยา การรับยา การจ่ายยา รวมถึงการเตรียมเครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่ผู้ป่วย เป็นต้น

2. ระยะเวลาในการจบหลักสูตร

  • ระยะเวลาเรียนพยาบาล : โดยทั่วไปจะใช้เวลาเรียนขั้นต่ำ 4 ปีในมหาวิทยาลัย ตามคณะพยาศาสตร์ที่เปิดสอนหลักสูตร เพื่อที่จะได้บรรจุเป็นอาชีพพยาบาลอย่างเต็มตัว ซึ่งค่อนข้างใช้เวลานาน ในช่วงปี 1 – 2 แรก ต้องทำการเรียนภาคทฤษฎีก่อน ศึกษาความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาตร์และหลังจากนั้นเรียนเชิงลึก เมื่อถึงปีที่ 3 – 4 เป็นการเรียนภาคปฎิบัติจริงตามหอผู้ป่วย
  • ระยะเวลาเรียนผู้ช่วยพยาบาล : ในการบรรจุเพื่อทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลนั้น ใช้เวลาในการเรียนระยะสั้น เพียง 6 เดือนเท่านั้น หลังเรียนจบก็จะได้รับการรับรอง ใบหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล สามารถเรียนจบและหาทำได้ทันที 3 เดือนแรกเรียนภาคทฤษฎี 3 เดือนสุดท้ายเรียนภาคปฎิบัติจริงตามหน่วยงานของโรงพยาบาล

3. หลักสูตรและการเรียน

  • หลักสูตรการเรียนเป็นพยาบาล : จะเรียนยากซับซ้อนและลึกกว่าการเรียนเป็นผู้ช่วยพยาบาลหลายเท่า ซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษาอยู่ประมาณ 2 ปีถึงจะพร้อมฝึกปฎบัติจริงได้ และเรียนรู้ภาคปฎิบัติไปอีก 2 ปี รวมแล้วใช้เวลาศึกษากว่าจะจบหลักสูตร คือ 4 ปีเต็ม ถึงจะสามารถออกมาทำงานได้จริง
  • หลักสูตรการเรียนเป็นผู้ช่วยพยาบาล : มีการเรียนการสอนและฝึกปฎิบัติเช่นเดียวกับพยาบาล แต่เรียนง่ายกว่า โดยหลักสูตรที่ศึกษานั้นจะเป็นพื้นฐานทางการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำให้การเรียนผู้ช่วยพยาบาล สามารถเรียนได้ง่ายและจบไว ใช้เวลาเพียงแค่ 6 เดือน 3 เดือนแรกเรียนภาคทฎษฎี และ 3 เดือนสุดท้ายฝึกภาคปฎิบัติจริง หลังจากนั้นก็สามารถมีงานทำหลังเรียนจบได้ทันที

4. เงินเดือนและค่าตอบแทน

เมื่อทราบถึงหลักสูตรและระยะเวลาที่แตกต่างกันทั้งสองอาชีพไปแล้วนั้น จะเห็นได้ชัดว่า เงินเดือนพยาบาลนั้นต้องได้รับค่าตอบแทบที่มากกว่า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ผู้ช่วยพยาบาลได้สิทธิเกือบเท่าพยาบาลนั่นก็ คือ สวัสดิการที่ได้รับจากหน่วยงานในโรงพยาบาลต่างๆ ที่ผู้ช่วยพยาบาลเลือกไปทำงาน ทั้งสองอาชีพถือว่ามีรายได้มั่นคงและมีสวัสดิการที่เกือบจะเทียบเท่ากัน

5. ข้อกำจัดต่างๆ

  • ข้อจำกัดของอาชีพพยาบาล : หากคุณต้องการศึกษาอยากเป็นพยาบาลนั้น จะต้องจบหลักสูตรวิทย์-คณิต จากมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น ถึงจะสามารถสมัครสอบเข้าเรียนเป็นพยาบาลได้
  • ข้อจำกัดของอาชีพผู้ช่วยพยาบาล : เป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีข้อจำกัด เปิดโอกาสให้ทุกคนนั้น สามารถเข้ามาสมัครเพื่อประกอบอาชีพได้อย่างเสรี โดยมีคุณสมบัติของผู้ช่วยพยาบาล ที่ดีดังต่อไปนี้

สรุป

เมื่อได้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างทั้งสองอาชีพกันไปแล้ว พบว่าแต่ละอาชีพนั้นมีความยากง่ายที่แตกต่างกันไป เพื่อที่จะไปเรียนให้จบหลักสูตร แต่สุดท้ายปลายทางหลังเรียนจบ ทั้งสองอาชีพจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ หากคุณกำลังมองหาสายอาชีพด้านสุขภาพ การประกอบอาชีพเป็นผู้ช่วยพยาบาล ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ฉลาด มีทั้งฐานเงินเดือนและสวัสดิการที่มั่นคงแก่ชีวิต

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง